ปรินธรสบดวงตาที่ขึงกร้าวเกรี้ยวกราดแล้วได้แต่ถอนใจ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาเป็นคนผิดทำให้เธอเสียใจ ใช่ว่าจะหายโกรธง่ายๆ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ เขาไม่อยากให้เวนิกาเจ็บไปมากกว่านี้ สิ่งใดที่พอจะช่วยบรรเทาความรู้สึกย่ำแย่ให้เธอได้ เขาก็ควรจะทำ ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
“ได้ ผมตกลง”
“ฉันไม่ต้องการสัญญาปากเปล่า คุณเอาเอกสารมาให้ฉันเซ็นเมื่อไหร่ การบริจาคก็เริ่มได้เมื่อนั้น”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก กระแทกเสียงตอบว่า
“ได้!”
“งั้นก็ดี” เวนิกายิ้มระรื่น ยักไหล่เอ่ยอย่างยินดีปรีดาว่า “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะคะ พอมาลองคิดดูดีๆ แล้วข้อตกลงแบบนี้ฉันไม่มีอะไรต้องเสีย ได้ทั้งอิสระและเงินก้อนโต แถมยังไม่ต้องมีบ่วงมาคล้องคออีก ยังไงฉันก็เป็นแค่ของเล่นชั่วคราวของคุณ ขืนปล่อยให้ท้องโตขึ้นมา เด็กคนนั้นแหละที่จะลำบากและเป็นทุกข์ สู้ให้เขาไปเกิดในท้องของคนที่พร้อมเป็นแม่มากกว่าฉันยังจะดีกว่า”
เห็นเธอแสร้งทำตัวปกติเหมือนไม่แคร์ แต่แววตากลับซ่อนเร้นความเจ็บปวดเอาไว้ไม่มิด ปรินธรก็จุกในอก แม้จะมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาต้องโหดร้ายกับเธอเช่นนี้ แต่ก็พูดไม่ออกและยิ่งแก้ตัวไม่ได้ ทำได้แค่ยืดอกรับแต่เพียงผู้เดียว
“เราไปจบเรื่องนี้กันสักทีเถอะค่ะ”
เวนิกาเชิดหน้าเดินผ่านเขาไปโดยไม่มอง ทำเอาหัวใจของปรินธรกระตุกวูบแล้วหล่นหาย จู่ๆ ก็รู้สึกทนไม่ได้จนเขาต้องเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธอกุมไว้แน่น เอ่ยเสียงอ่อนว่า
“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”
“เห็นใจ?” เธอเหยียดยิ้ม “ไม่จำเป็น ฉันไม่ต้องการ แต่จำเอาไว้ให้ดีว่า...” เวนิกาหันมาประจันหน้ากับเขา สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ผิดกับดวงตาดุดันที่เผยความเคียดแค้นชิงชังจนไม่หลงเหลือความรู้สึกอื่น ทำเอาปรินธรแทบหายใจไม่ออก
“ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ...ชั่วชีวิต!”
เธอปรายตามองมือหนาแล้วดึงมันออกอย่างรังเกียจ ก่อนจะก้าวเดินต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่สนใจคนที่ยืนขาตายคล้ายร่างกายถูกสาปเป็นหินไปแล้วแม้แต่ปลายหางตา
ในระหว่างเข้ารับการรักษายุติการตั้งครรภ์ตลอดจนบริจาคไขกระดูก เวนิกายื่นคำขาดว่าห้ามปรินธรเข้าใกล้หรือโผล่มาให้เธอเห็นหน้าเป็นอันขาด รวมถึงสั่งห้ามไม่ให้ทีมแพทย์และพยาบาลแจ้งข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอให้ผู้ชายคนนั้นล่วงรู้แม้แต่เรื่องเดียว สิ่งเดียวที่อดีตเสี่ยเลี้ยงจะรู้ได้ก็คือการบริจาคไขกระดูกเป็นไปด้วยดีหรือไม่
เวนิกาไม่ได้พูดปากเปล่า ทุกอย่างถูกดำเนินการเป็นเอกสารสัญญา ระบุว่าหากข้อมูลของเธอรั่วไหลจะทำการยุติการบริจาคไขกระดูกทันที และทางทีมแพทย์พยาบาลทุกคนจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายให้เธอร่วมกันเป็นจำนวนเงินหนึ่งล้านบาทโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ทั้งหมดที่ทำไม่ใช่เพราะความโกรธเกลียดเพียงอย่างเดียว หรือกลัวตัวเองจะดูน่าสมเพชในสายตาเขา แต่เป็นการตัดเขาออกจากชีวิตเธออย่างเด็ดขาดและถาวร!
แม้ปรินธรจะไม่พอใจ แต่เขาไม่มีทางเลือก อาการป่วยของวรรณวรินทรุดลง และเขาไม่มีไขกระดูกของคนอื่นที่ดีกว่าของเธอ เขาจึงต้องจำใจเซ็นสัญญาตามที่เธอต้องการ ก่อนจะหายหน้าไปนับตั้งแต่วินาทีที่เซ็นชื่อ จนกระทั่งเธอเข้ารับการรักษายุติการครรภ์
หญิงสาวลืมตาขึ้นภายในห้องพักฟื้น VVIP หลังกระบวนการผ่าตัดเสร็จสิ้น ดวงตาสวยซึ้งมองเหม่อบนเพดาน ร่างกายที่อ่อนแอนอนนิ่งไม่ไหวติงเหมือนซากศพ มีเพียงลมหายใจอ่อนล้าที่บอกให้รู้ว่าเจ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่
“แม่ขอโทษนะลูก” เธอเอ่ยไม่มีเสียง กระบอกตาร้อนผ่าวพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา ริมฝีปากซีดขาวสั่นระริกเม้มแน่น มือเรียวบางจนเห็นข้อกระดูกชัดเจนกำผ้าห่มตรงช่วงหน้าท้องยับยู่ยี่ พยายามอดทนต่อความปวดร้าวในหัวใจอย่างสาหัส เกลียดตัวเองที่ช่วยลูกไม่ได้ แต่ที่เกลียดยิ่งกว่าคือพ่อของลูกที่สั่งฆ่าเขาอย่างโหดร้ายได้ลงคอ
“ฉันเกลียดคุณ! ชาตินี้ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณเด็ดขาด...ปรินธร!”
คนป่วยพึมพำพูดคำนี้ซ้ำๆ หัวใจปริร้าวแตกสลายกลายเป็นฝุ่นละออง น้ำตาไหลรินจากหางตาไม่ขาดสายเหมือนความทุกข์ระทมที่ท่วมท้นอยู่ข้างในตัวเธอ สาวสวยมาดมั่นยามนี้ช่างดูเปราะบางคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ทุกเมื่อ ร่างบอบบางคุดคู้กอดตัวเองแนบแน่น สั่งตัวเองให้อดทนและยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง จะกี่ครั้งก็ต้องทำให้ได้ เพราะยังมีพี่ชายที่รอเธออยู่อีกคน เธอไม่สามารถตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้วปล่อยให้เวไนยเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายต่อไปเพียงลำพังได้
เวนิกาสูดน้ำมูก ยกมือปาดน้ำตาแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างเข้มแข็ง แพทย์หญิงที่ทำการรักษาเธอและนางพยาบาลเดินเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือให้เธอพอดี ระหว่างนั้นหมอสาววัยกลางคนก็บอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการของเธอให้ฟังว่า
“การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ ตอนนี้มดลูกของคุณเวย์ไม่มีเลือดคั่งแล้ว แต่ก็มีข้อที่ควรระวังเป็นพิเศษคือผนังมดลูกของคุณบางมาก โอกาสที่จะมีลูกค่อนข้างยาก หรือต่อไปถ้าเกิดตั้งท้องก็เสี่ยงที่จะมีภาวะแท้งคุกคามมากกว่าคนปกติค่ะ”
หญิงสาวสูดหายใจลึก แล้วกลั้นใจถาม
“หมายความว่าฉันมีลูกไม่ได้แล้วใช่มั้ยคะ”