บทที่ 6 เราจบกัน 5

937 คำ
แพทย์หญิงมองคนไข้สาวด้วยความสงสาร อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจเธออย่างไรดี ได้แต่ให้กำลังใจตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า “หมอเองไม่อยากฟันธง เอาเป็นว่าตอนนี้ร่างกายของคนไข้อ่อนแอมาก ไม่เหมาะแก่การตั้งครรภ์ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ หมอว่าถ้าคนไข้หมั่นรักษาสุขภาพตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ น่าจะมีโอกาสกลับมามีลูกได้อีกครั้งค่ะ” น่าจะ? เวนิกายิ้มหยัน หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ถึงคำพูดจะฟังดูดีมีความหวัง แต่ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคุณหมอแค่พูดปลอบใจกันเท่านั้น เธอหมดโอกาสที่จะเป็นแม่คนแล้วในชาตินี้... หญิงสาวขบฟันจนแทบบิ่น ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ปรินธรทำร้ายเธอ ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ไร้ค่าอย่างสมบูรณ์ เขาติดค้างเธอชนิดที่ไม่มีวันชดใช้ได้หมด และเธอจะไม่มีวันอโหสิกรรมให้เขาแน่ เธอขอสาปแช่งให้เขาเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าเธอร้อยเท่าพันทวี... ขอให้ชีวิตนี้เขาฉิบหายย่อยยับเหมือนที่ทำกับเธอ! คนเจ็บลืมตาขึ้น ดวงตาแข็งกร้าวเสียจนทั้งหมอและนางพยาบาลได้แต่มองหน้ากัน โดยไม่พูดอะไร ได้แต่ตรวจรักษากันไปอย่างเงียบๆ จากภาวะการแท้งบวกกับร่างกายที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เวนิกาต้องรอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับเดือน เดิมทีภคินวินิจฉัยว่ารอให้เธอหายสนิทดีเสียก่อน จึงทำการผ่าตัดเจาะไขกระดูก แต่เพราะอาการของวรรณวรินทรุดหนักลงกว่าเดิมจนรอไม่ได้ เธอจึงถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดหลังจากนั้นเพียงสองสัปดาห์ เพื่อช่วยชีวิตคู่หมั้นของปรินธรอย่างเร่งด่วน เป็นโชคดีของวรรณวรินที่เซลล์เม็ดเลือดเธอแข็งแรงพอจะช่วยให้หล่อนรอดตายได้ ได้ยินนางพยาบาลซุบซิบกันว่าอาการของคู่หมั้นปรินธรดีขึ้นหายวันหายคืน โดยมีเขาอยู่เคียงข้างคอยดูแลไม่ห่าง ผิดกับเธอที่นอนโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่บนเตียงเย็นชืด แต่ไม่เป็นไร... เธอยังมีพี่ชายอยู่อีกทั้งคน หญิงสาวคิดถึงอีกคนที่เป็นเหมือนครึ่งชีวิตของเธอจับใจ จู่ๆ ก็อยากจะไปหาพบหน้าเวไนยให้สบายใจเสียหน่อย ขณะที่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจะลงจากเตียง นางพยาบาลพิเศษที่ดูแลเธออย่างใกล้ชิดก็เปิดประตูเข้ามาพอดี พอเห็นเธอก็ปรี่เข้ามาช่วยพยุงทันที “คุณจะเอาอะไรคะ เรียกฉันก็ได้” หล่อนเอ่ยอย่างนอบน้อมพร้อมเอาใจใส่ เพราะรับเงินก้อนโตมาจากปรินธร จึงต้องดูแลคนไข้พิเศษคนนี้ตามที่เขากำชับอย่างเข้มงวดเป็นอย่างดีที่สุด ไม่ให้มีข้อผิดพลาด “ฉันจะไปเยี่ยมพี่ชายฉันสักหน่อยค่ะ” “เอ่อ...คือ...” นางพยาบาลอึกอัก สีหน้าอึดอัดแกมตระหนกจนผิดสังเกต “มีอะไรเหรอคะ” “คือว่า...” ยิ่งเห็นหล่อนมีทีท่าเหมือนคนน้ำท่วมปาก ไม่รู้จะพูดหรืออธิบายอย่างไร ในใจของเธอก็พลันวูบโหวงสังหรณ์ร้ายบางอย่าง... “พี่ชายฉันเป็นอะไรคะ” เวนิกาโพล่งถาม สีหน้าซีดเผือดของคนถามทำให้นางพยาบาลมองอย่างเวทนา หล่อนไม่อยากบอกข่าวร้ายกับเธอมากพอๆ กับที่ไม่อยากปิดบัง ถึงปรินธรจะสั่งห้ามบอกเด็ดขาดก็เถอะ แต่หล่อนเห็นสภาพหญิงสาวแล้วทนใจแข็งไม่ไหว เธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของคนไข้ มีสิทธิ์จะรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แม้ว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตาม “ทำใจดีๆ ไว้นะคะคุณเวย์” นางพยาบาลสาวกุมมือเธอบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ก่อนจะกล่าว “คุณเวไนยพี่ชายของคุณเสียแล้วค่ะ” “ไม่..ไม่จริง!!!” เวนิกาช็อกจนหัวใจเกือบจะหยุดเต้น ส่ายหัวไม่เชื่อ ปากพูดพึมพำไม่หยุด ก่อนที่วินาทีถัดมาจะกรีดร้องจนสุดเสียงว่า “ม่ายยยยยยย!” เธอดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งผลักไสนางพยาบาลออกไปให้พันตัว ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดพุ่งโดยไม่สนใจ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องด้วยใบหน้าไร้สีเลือดที่มีน้ำตาอาบหน้าตรงไปยังลิฟต์ กดปุ่มรัวๆ เพื่อลงไปยังชั้นที่พี่ชายเธอนอนรักษาตัวอยู่ แต่ความรุ่มร้อนในอกที่ถูกเปลวไฟแผดเผาให้หวาดกลัวไปสารพัด ทำให้เวนิกาไม่อาจทนรอได้ เธอเงยหน้ามองตัวเลขบนลิฟต์ ก่อนจะวิ่งไปยังทางหนีไฟก้าวลงบันได้ขั้นแล้วขั้นเล่าอย่างไม่คิดชีวิต หูทั้งสองข้างดับสนิทจนไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกของนางพยาบาลที่วิ่งตามมาติดๆ เธอรู้แต่ว่าต้องรีบไปหาพี่ชายให้เร็วที่สุด ใจที่ร้อนเป็นไฟบวกกับอารามลนลานทำให้เวนิกาก้าวพลาด กลิ้งตกบันไดไปหลายขั้นกระทั่งหยุดอยู่กลางทาง เธอพยายามโงหัวยันตัวลุกขึ้นมาอย่างยากเย็น แต่ก็ลุกไม่ไหวเพราะความเจ็บปวดซึมแทรกไปทั่วร่าง เจ็บเหมือนกระดูกจะแตกหัก สายตาที่พร่าเลือนเพ่งมองคนที่หวีดร้องวิ่งตามเธอมาติดๆ เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ใจหวนกระหวัดคิดถึงแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น “ไนย...ช่วยเวด้วย” หญิงสาวพึมพำทั้งน้ำตา เอื้อมมือไขว่คว้าออกไปหาหวังให้เป็นพี่ชาย ก่อนที่สติจะดับวูบไปไม่รับรู้อะไรอีกเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม