หญิงชราผู้กุมอำนาจในตระกูลสรณ์สิริปรายตามองบุตรชายเพียงนิด แต่ก็ทำให้สิทธาหยุดชะงักไม่กล้าฮึดฮัด ก่อนจะเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าอัยยา ท่าทางองอาจดุดันใครเห็นเป็นต้องยำเกรงทั้งนั้น แต่ไม่ใช่กับเธอ
อัยยาจ้องตาประภาโดยไม่หลบ มุมปากกระตุกรอยยิ้มหยัน เจตนายั่วโทสะ แต่นางไม่เพียงไม่โกรธ ยังควักมือเรียกบริกร หยิบแก้วแชมเปญสองแก้ว ยื่นส่งให้เธอแก้วหนึ่ง
“หวังว่าวันนี้เธอจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีนะ”
ประภาชนแก้วกับเธอแล้วยกขึ้นดื่ม ขณะที่อัยยาไม่ดื่ม กลับชูแก้วขึ้นพร้อมตะโกนเสียงดัง
“ขอแสดงความยินดีกับน้องสาวที่แย่งแฟนพี่ไปได้สำเร็จ และน้องเขยที่คบชู้จนถูกจับได้คาเตียง ทั้งคู่ช่างเป็นคู่ที่สมกันเหมือนผีเน่ากับโลงผุจริงๆ”
พูดจบก็ยกแก้วจิบเพียงอึกเดียว เธอไม่ไว้ใจพวกเขา ไม่รู้ว่ามีแผนร้ายอะไรซุกซ่อนเอาไว้อยู่บ้าง ทางที่ดีควรระวังตัวเอาไว้ทุกฝีก้าวเป็นดีที่สุด
ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็พากันตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังการประกาศแต่งงานของลูกหลานสองบ้านคนดังจะเน่าเฟะแบบนี้ ไม่กี่นาทีก็มีคนซุบซิบจับกลุ่มนินทากัน ทำให้แพรวากับชนนท์ตกเป็นขี้ปากไปทั่วงาน
“พี่หยา... แพรรู้ว่าพี่ไม่ชอบแพรกับแม่ แต่ทำไมพี่ถึงใส่ร้ายแพรแบบนี้ล่ะคะ”
แพรวาหน้าซีดตัวสั่น ซบซุกอยู่ในอ้อมอกชนนท์เหมือนจะเป็นลมล้มพับไปได้ทุกเมื่อ หล่อนเงยหน้าน้ำตาคลอเบ้ามองเขาด้วยความปวดร้าว ทำให้ชนนท์รู้สึกได้ถึงความไม่ยุติธรรมที่คนรักของเขาได้รับ และอดไม่ได้ที่จะปกป้องหล่อน
“หยา! คุณจะรังแกแพรมากเกินไปแล้วนะ แพรไม่ใช่มือที่สาม คุณก็รู้ว่าเราเลิกกันตั้งนานแล้ว ก่อนที่ผมกับแพรจะคบกันเสียอีก”
อัยยาหัวเราะแดกดัน เลิกคิ้วราวกับรู้สึกแปลกใจเสียเต็มประดาที่ชนนท์สามารถพูดโกหกได้คล่องปากขนาดนี้ นี่คงจะเตี๊ยมกันมาดีแล้วล่ะสิ
“เลิกกันไม่ถึงเดือน คุณก็บอกว่านานแล้วเหรอ คุณนี่ช่างลืมง่ายใจง่ายซะจริงนะชนนท์”
ชนนท์ชะงักเพราะมีชนักปักหลัง คำพูดที่ซักซ้อมมาจู่ๆ ก็พูดไม่ออกเสียอย่างนั้น
“คะ... คุณพูดเพ้อเจ้ออะไร”
“พี่คะ แพรรู้ว่าพี่รักพี่นนท์มาก พี่ก็เลยทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกกับพี่นนท์ แต่ความรักมันฝืนใจกันไม่ได้นะคะ”
แพรวาเห็นชนนท์อึกอัก จึงพูดเบี่ยงประเด็นชี้นำให้คนฟังเข้าใจว่าอัยยาทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกรากับชนนท์ จึงคอยตามตื๊อเขาไม่เลิก
“ใครพูดโกหกพิสูจน์ไม่ยากหรอกนะ เธอบอกว่าฉันตามตื๊อชนนท์ งั้นทำไมเมื่อสองเดือนก่อนเรายังดินเนอร์หวานกันอยู่เลยล่ะ”
“มันก็แค่คำพูด พี่อยากจะพูดยังไงก็พูดได้ แต่พี่รู้ดีแก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร”
อัยยายิ้มร้าย
“พอดีว่าฉันลงไอจีเอาไว้ซะด้วยสิ อยากให้ฉันเปิดให้ดูไหมล่ะ”
ไม่พูดเปล่ายังคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนสไลด์ให้พวกเขาร้อนๆ หนาวๆ เล่นอีกด้วย กำลังแกล้งจะโชว์ภาพหวานระหว่างเธอกับอดีตแฟนหนุ่มให้ทุกคนดู สิทธาที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้าก็ตวาดลั่น
“แกไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้เลย... นังลูกไม่รักดี!”
อัยยามองพ่อเลี้ยงที่ยืนกุมหัวใจ โดยมีเมียน้อยของเขาคอยช่วยพยุงไม่ให้ล้ม แล้วยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันมาถามประมุขใหญ่ของบ้านสรณ์สิริที่ยืนทำหน้าเคร่งขรึมว่า
“ยังอยากจะให้ฉันอยู่บอกคนอื่นๆ อีกไหมคะว่า ฉันกับชนนท์เลิกกันเพราะอะไร”
ประภาถอนหายใจ นางรู้อยู่แล้วว่านังเด็กนอกคอกอย่างอัยยาควบคุมไม่ได้ง่ายๆ มันดื้อด้านเหมือนแม่หัวแข็งของมันไม่ผิดเพี้ยน เกรงว่าขืนให้อยู่ตรงนี้ต่อไปอาจหลุดปากพูดอะไรไม่เข้าท่ามากกว่านี้ และจะพลอยทำให้สองบ้านเสื่อมเสียอับอายเสียเปล่าๆ
แต่ถึงอย่างไรก็จะปล่อยให้มันกลับไปตอนนี้ไม่ได้ อัยยายังต้องอยู่เป็นสักขีพยานความรักระหว่างชนนท์กับแพรวาก่อน เกิดมีแขกเหรื่อคนสนิทที่รู้เรื่องถามไถ่ นางยังอ้างได้ว่าเด็กสองคนนิสัยเข้ากันไม่ได้ จึงเลิกกันเหลือเพียงความเป็นเพื่อน และวันนี้อัยยาก็เต็มใจมาร่วมยินดีกับความสุขของเขากับน้องสาว เรื่องที่สร้างขึ้นจึงจะมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ ช่วยปกปิดเรื่องที่แพรวาฉกชนนท์มาจากอกพี่สาวได้
“ย่าว่าเธอคงจะดื่มเข้าไปมากจนเมาแล้ว เข้าไปพักในห้องของเธอก่อนเถอะ”
ประภาเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในน้ำเสียงบ่งฟ้องชัดว่าไม่อนุญาตให้เธอขัดคำสั่ง อัยยายักไหล่แล้วจึงหันหลังเดินเข้าไปในบ้านแต่โดยดี
ทันทีที่ปิดประตูห้องนอนของเธอ รอยยิ้มสมใจก็ผุดขึ้น เมื่อครู่เธอจงใจสร้างเรื่อง ทั้งการเลือกชุดที่โดดเด่นแย่งซีนว่าที่เจ้าสาว ยั่วโมโหสิทธาและแฉพวกเขากลางงานเลี้ยง ทั้งหมดก็เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คือประภาไล่เธอเข้าห้องไม่ให้โผล่หัวออกไปสร้างความวุ่นวายภายในงาน อาศัยเรื่องที่นางยังต้องใช้ประโยชน์จากเธอให้ช่วยยืนยันความสัมพันธ์จอมปลอมของแพรวากับชนนท์ นางจึงต้องให้เธออยู่จนกว่างานจะเลิก และเธอก็จะอาศัยช่วงเวลานี้ค้นหาพินัยกรรม