ก่อนมาที่นี่อัยยาคิดทบทวนพฤติกรรมและสิ่งที่แม่พยายามจะบอกกับเธอในวันนั้นอย่างละเอียด ลองวิเคราะห์ดูแล้วคิดว่าพินัยกรรมน่าจะซ่อนอยู่ในห้องของเธอนี่ละ หากมันถูกซ่อนอยู่ที่อื่น ท่านเรียกเธอไปคุยในที่ลับตาคนก็ได้ ไม่ต้องตั้งใจมาหาเธอเองถึงที่ห้อง แถมท่าทางของท่านก็ดูลุกลี้ลุกลนและระแวดระวัง มองไปรอบห้องอยู่หลายที คล้ายกับอยากดูให้แน่ใจว่าจุดที่ซ้อนพินัยกรรมเอาไว้จะถูกค้นพบได้ง่ายหรือไม่
อัยยาหลับตาคิดถึงภาพของแม่ในวันนั้น แล้วค่อยๆ เริ่มค้นหาทีละจุดตามสายตาของท่านที่เคลื่อนมอง ดูทุกซอกทุกมุม ข้าวของสิ่งของ ลิ้นชักและเตียงนอน หมอนกับผ้าห่มก็ไม่พลาด งัดแงะแกะกดลงไปบนพื้น ผนัง รวมถึงสิ่งของต่างๆ ที่คาดว่าอาจจะมีช่องลับไว้ใช้ซ่อนเอกสารได้ แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย
ขืนหาแบบนี้ต่อไปคงเสียเวลา...
หญิงสาวหยุดมือ นั่งลงบนเตียงใช้ความคิดอีกที ลองเปลี่ยนวิธีคิดถึงสิ่งที่เธอกับแม่มีร่วมกันดูบ้าง ความชอบ... ความเกลียด... ความกลัว...
อัยยาทิ้งตัวนอนบนเตียง ความนุ่มของฟูกทำให้เธอนึกอะไรบางอย่างออก ตอนเด็กๆ เธอกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ามาก ทุกครั้งที่ได้ยินก็มักจะห่อตัวอยู่ในผ้าห่มซ่อนอยู่ใต้เตียง แม่เธอก็จะวิ่งเข้ามาปลอบขวัญ พาเธอออกมาแล้วนอนกอดจนผล็อยหลับไป
หรือว่า...
เธอดีดตัวลุกขึ้น แต่จู่ๆ ก็เกิดเวียนหัวจนโลกหมุน สมองเริ่มมึนงงจนแทบจะครองสติไม่อยู่ เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ลักษณะคล้ายกับโดนวางยา
อัยยาขมวดคิ้วมุ่น มั่นใจว่าระวังตัวแจ ไม่ยอมทานอาหารในงาน แม้แต่เครื่องดื่มก็ยังไม่แตะ เมื่อครู่ที่รับแก้วจากประภา เธอแกล้งทำเป็นจิบแต่ไม่ได้ดื่ม ฉะนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะถูกวางยาในอาหาร
แล้วเธอโดนวางยาตอนไหน?
ตอนเข้ามาในห้องเธอก็ยังดีๆ อยู่จนกระทั่งถึงเมื่อกี้ แต่พอลุกขึ้นปุ๊บก็รู้สึกมึนงงและเวียนหัวหนักมาก ร่างกายชาและอ่อนแรงไปหมด รับรู้ได้เพียงความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวหนัง
อัยยาฉุกใจรู้สึกว่าแอร์ในห้องเย็นมากกว่าปกติ สิ่งที่พอจะคิดได้ในตอนนี้ก็คือหากไม่โดนวางยาด้วยการกิน ก็น่าจะเป็นทางอากาศ คล้ายๆ เคสที่เคยมีข่าวลือว่าแท็กซี่มอมยาผู้โดยสารผ่านทางช่องแอร์ ในกรณีนั้นแม้จะมีความเป็นไปได้ เพราะยาสลบร้ายแรงสำหรับฉีดพ่นให้สลบในไม่กี่วินาทีนั้นมีจริง แต่การนำยาสลบมาใช้กับผู้โดยสารแท๊กซี่โดยผู้ร้ายไม่สลบไปด้วยนั้น เป็นไปแทบไม่ได้เลย
แต่ในกรณีของเธอที่ตกเป็นเหยื่ออยู่ในห้องเพียงคนเดียว วิธีนี้น่าจะได้ผลดีเป็นที่สุด!
อัยยาหนังตาหนักอึ้ง นอนสะลึมสะลือ แต่หูของเธอกลับยังใช้การได้ดี ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้ามาใกล้เหมือนจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้องเธอ ลูกบิดประตูถูกไขให้เปิดออกทั้งที่เธอล็อคไว้แล้วอย่างแน่นหนา ถึงดวงตาจะพร่ามัว แต่ก็พอมองเห็นได้รางๆ ว่าคนที่เข้ามาเป็นผู้ชาย
“อูย.... สวยจริงๆ คนสวย เซ็กซี่เป็นบ้า”
หญิงสาวพยายามปรือตามองคนพูด คลับคล้ายคลับคลาว่าอาจจะเคยเจอมาก่อน มันถูฝ่ามือมองเธออย่างกลัดมัน น้ำลายแทบจะไหลออกมารอมร่อ ก่อนจะหันไปถามคนข้างหลัง
“แน่ใจนะว่าแม่นี่จะไม่ตื่นขึ้นมาโวยวายกลางคันน่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ คุณท่านสั่งให้วางยาสลบเอาไว้ ทางสะดวกค่ะ คุณพลเดชอยากจะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะค่ะ”
อัยยาถ่างตามองสาวใช้ให้ติดตา เห็นหล่อนปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ หยิบขวดยาเล็กๆ ที่ยัดอยู่ในเครื่องปรับอากาศออกมา เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยืนแลบลิ้นเลียปากอย่างน่าสะอิดสะเอียน
ตอนนี้เธอเข้าใจแผนร้ายของประภาทะลุปรุโปร่งแล้ว แค่สร้างเรื่องปิดบังความชั่วและบังคับให้เธอมาเป็นพยานยังไม่พอ ต้องทำลายชื่อเสียงของเธอให้ย่อยยับด้วยจึงจะถือว่าสำเร็จ
หากใครเข้ามาพบเธอนอนเปลือยกายอยู่กับพลเดชที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้เสเพล วันๆ เอาแต่มั่วสุรานารีและเสพยา ทุกคนจะต้องเชื่อว่าที่ชนนท์เลิกกับเธอ เพราะรับไม่ได้ที่เธอสำส่อน เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายนอกใจเขา ไม่ใช่เขานอกใจเธอเป็นชู้กับแพรวา ทีนี้ต่อให้เธอพยายามอธิบายจนคอแตกก็ไม่อาจลบล้างตราบาปได้
เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พวกเขาถึงกับไม่สนวิธีการ กล้าทำเรื่องชั่วช้าขนาดนี้เลยหรือ...
เธอคงดูถูกความชั่วช้าของพวกสรณ์สิริมากเกินไปแล้ว!
อัยยาแกล้งนอนนิ่งไม่ไหวติง แอบกัดปลายลิ้นใช้ความเจ็บปวดเพื่อให้ตัวเองยังครองสติอยู่ได้ เธอกลั้นใจมองพลเดชที่เดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวทาบทับอยู่บนตัวเธอ อดทนต่อความขยะแขยงปล่อยให้มันใช้มือที่หยาบช้าลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเธอ คลำคลึงบีบเคล้นส่วนเว้าส่วนโค้งยั่วยวนใจ ลมหายใจที่เหม็นคลุ้งโชยไปด้วยกลิ่นเหล้าเป่ารดอยู่แถวๆ ใบหน้าและซอกคอ ก่อนที่ปากเน่าๆ ของมันจะซุกไซ้จูบพรมอย่างเมามัน