บทที่ 6 สาวดริงก์ 5

744 Words
ระหว่างการเดินทางมายังโรงแรมชื่อดังกลางกรุง มธุมาสเอาแต่นั่งหายใจไม่ทั่วท้อง ในใจหวาดวิตกกังวลไปสารพัด ยิ่งพอเดินตามกัญจน์เข้ามาในห้องรับรองห้องหนึ่งที่มีแขกหนุ่มนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความหวาดกลัวของเธอก็ยิ่งลุกลามแผ่ขยายเป็นวงกว้างไปทั้งตัว “ไปนั่งเป็นเพื่อนแขกของฉันสิ” กัญจน์ดุนหลังเธอให้เดินไปยังแขกหนุ่มโดยไม่ทันได้ตั้งตัว หัวใจของมธุมาสชาวาบไปทั้งดวง แน่ใจแล้วว่าเขาต้องการให้เธอมาเป็นสาวนั่งดริงก์จริงๆ ไม่ใช่แค่การขู่ รู้...ทั้งๆ ที่รู้! แต่เธอก็ยังแอบหวังลึกๆ ว่าความผูกพันอันยาวนาน อาจพอทำให้เขาเหลือเยื่อใยแก่กันบ้างสักเล็กน้อย คงจะไม่โหดร้ายกับเธอถึงขั้นนั้นหรอกมั้ง... แต่แล้วความจริงก็ตบหน้าเธอจังๆ แทบล้มทั้งยืน! ร่างทั้งร่างแข็งทื่อเท้าสองข้างเหมือนถูกโบกปูนขยับไม่ได้ ขณะที่หัวใจร่วงหล่นหายไปในหลุมดำมืดมิดมองไม่เห็นแสงสว่าง เธอมองหน้าอดีตสามีแน่นิ่ง เขาขยับกายเข้ามาใกล้ ก้มกระซิบพอให้ได้ยินกันแค่สองคนว่า “ถ้าเธอทำให้เขาพอใจจนเซ็นสัญญากับฉันได้ละก็ ฉันจะปล่อยเพื่อนเธอไป ไม่ติดใจเอาความอีก” มธุมาสกัดฟันแน่น ไม่ยอมให้น้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอขังหน่วยตาร่วงหล่นลงมาให้คนใจดำสะใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าจนรู้สึกแสบจมูก รอยยิ้มเย็นชาที่ส่งให้เขาแปรเปลี่ยนระรื่น เมื่อสบตากับชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมเข้มหล่อบาดใจไม่แพ้กัญจน์ เธอเดินนวยนาดทิ้งสะโพกนั่งลงบนพนักแขนเก้าอี้ ตวัดแขนโอบลำคออีกฝ่าย ชม้ายชายตามองเขาอย่างทิ้งจริต “วันนี้ขอมาร์อยู่เป็นเพื่อนคุณนะคะ คุณ...” “คชาครับ แต่เรียกผมว่า ช้าง ก็ได้ เราจะได้สนิทสนมกัน” เขาเอ่ยกับเธอยิ้มๆ ดวงตาเจ้าชู้แพรวพราว มือข้างหนึ่งตวัดโอบเอวเธอ ลูบวนปลายนิ้วอยู่เหนือสะโพกผายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเอ่ยกับว่าที่หุ้นส่วนคนใหม่กลั้วเสียงหัวเราะว่า “คุณกัญจน์นี่ช่างรู้ใจผมจริงๆ ของขวัญต้อนรับชิ้นนี้ผมถูกใจมาก” คชา ธนะฉัตรนคร เศรษฐีหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดคนดังแห่งเมืองใต้ พูดพลางลูบไล้เอวคอดและสโพกกลมมนของเธออย่างหยอกเอิน ทำเอาร่างเธอแข็งเป็นหิน แผ่นหลังตรงแหน่ว แม้กิริยาของเขาจะไม่จาบจ้วงจนน่ารังเกียจ แต่เธอก็ไม่คุ้นชินและไม่ใคร่ชอบนักที่มีคนมาแตะเนื้อต้องตัวกันง่ายๆ มธุมาสฝืนยิ้ม จับมือเขาออกแล้วขยับออกมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ รินไวน์ให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ “เพิ่งมาถึงเหนื่อยๆ ดื่มไวน์ให้สดชื่นสักหน่อยดีกว่านะคะ” “ก็ดีครับ แต่คงจะดีมากถ้ามีคนสวยอย่างคุณป้อนให้ถึงปากผม” หญิงสาวชะงักนิดหนึ่ง สายตาเหลือบมองกัญจน์อย่างลืมตัว อดที่จะขอความช่วยเหลือไม่ได้ แต่เธอคงหวังมากเกินไป... เขาเป็นส่งเธอมาขึ้นเขียงรอเชือดเอง แล้วเขาจะช่วยเธอทำไม? สิ้นคิดจริงๆ ! หัวใจที่บอบช้ำเจ็บจุกเสียดแน่น หายใจทีก็ปวดร้าวไปทั้งโพรงอก มุมปากอิ่มยิ้มเยาะตัวเอง ขณะเบือนหน้าละสายจากชายหนุ่มที่ทำตัวเฉยชา ราวกับเป็นแค่ผู้ชมที่กำลังรอดูโชว์สนุกๆ อยู่ แล้วเธอจะทำให้เขาผิดหวังได้ยังไง? มธุมาสเอื้อมมือไปคว้าแก้วไวน์ที่อยู่เยื้องหน้าคชา แล้วป้อนถึงปากตามที่เขาต้องการ เพียรบังคับมือไม่ให้สั่นเฉกเช่นหัวใจที่หวาดหวั่นสั่นไหว “มาครับ ตาผมป้อนคุณบ้าง” หนุ่มใต้คมเข้มหยิบแก้วไวน์ของเธอมาจ่อเหนือริมฝีปากสีกุหลาบ มธุมาสยิ้มจืดเจื่อนเต็มที ใจอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำได้เพียงอดทนอดกลั้นยอมรับไวน์ที่คชาป้อนถึงปากเธอแต่โดยดี ร่างบางผงะเพียงนิด เมื่อเขาเอื้อมปลายนิ้วหัวแม่มือปาดเช็ดคราบไวน์บนริมฝีปากเธอให้อย่างนุ่มนวล ทำเอาเธอหน้าแดง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD