“ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่มีใครรู้เรื่องเราแน่นอน นอกจาก...” เธียรทรรศน์หัวเราะในลำคอเบาๆ “นอกจากอะไรคะ” เธอย่นคิ้วถาม “ก็…นอกจากเธอจะทำตัวมีพิรุธไง” เขาเอ่ยสั้นๆ แต่สายตาที่ตวัดมามองเธอนั้นเหมือนซ่อนรอยยิ้มไว้ลึกๆ “แล้ว...” ไม่ทันให้เธอถามต่อ รถก็จอดสนิทที่ประตูหน้าบ้านเรียบร้อยก่อนที่วาสิตาและธรรศกรจะออกมาต้อนรับ “มากันแล้วเหรอจ๊ะ” เจ้าบ้านเอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่” เธอหันไปยกมือไหว้ท่านทั้งสอง ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นจากคาร์ซีท เธียรทรรศน์จึงช่วยถือกระเป๋าสะพายให้เธอเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนในบ้านแล้ว…ภาพนั้นไม่ปกติเอาเสียเลย วาสิตาและธรรศกรหันมองสบตากันโดยอัตโนมัติก่อนที่พวกเขาจะยิ้มออกมาโดยไม่ได้พูดอะไรกัน พวกเขาแค่มองท่าทางของเธียรทรรศน์และภีมพิมลที่ดูสนิทสนมกันมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติไม่เก้อเขินหรือดูเหินห่างเหมือนคราวก่อนที่มาเลยสักนิด ยังไม่ท

