5
หลังจากได้รับอนุญาต ที่ไม่เหมือนคำอนุญาตเสียเท่าไหร่ แต่ฉันก็ไม่สน รีบออกเดินไปซื้อของ โดยมีบอดี้การ์ดของเฟอร์กัลคอยติดตามทุกฝีก้าว
"อยู่ห่างๆ ก็ได้ค่ะ" ฉันบอก เมื่อรู้สึกอึดอัด คนทั้งตลาดมองเธอกันหมดแล้วเนี่ย
"..." ไม่มีเสียงตอบรับ และไม่ทำตาม
"เฮ่อ..." ฉันถอนหายใจ ใช่สิ ฉันไม่ใช่เฟอร์กัลนี่ ไม่มีสิทธิ์สั่งพวกเขาหรอก
ฉันเลิกสนใจพวกเขา รีบซื้อของไปทำบุญครบรอบสามปีที่แม่จากไป ฉันตั้งใจทำบุญ อุทิศบุญกุศลให้ท่าน ก่อนจะหยิบรูปท่านที่ถ่ายกับฉันขึ้นมาดู
"หนูยังมีชีวิตรอด ไม่ต้องห่วงนะคะ" ฉันลูบรูปแผ่นนั้น น้ำตาคลอ คิดถึงวันเก่าๆ วันที่มีแม่
ฉันเดินไปนั่งที่ริมแม่น้ำในวัด นั่งมองน้ำที่นิ่งสงบ แต่จริงๆ แล้วไหลเชี่ยว เหมือนเขาคนนั้น... เฟอร์กัล คิดถึงชื่อนี้แล้ว ความสงสัยฉันก็ผุดขึ้นมาในหัว ว่าเขาช่วยฉันทำไม ใช่ ครั้งแรกฉันเป็นคนเข้าไปขอความช่วยเหลือเอง แต่ครั้งที่สอง เขารู้ได้ยังไงว่าฉันตกอยู่ในอันตราย หรือแค่ผ่านไปแถวนั้น แต่ที่นั่นคือบ้านไอ้เสี่ยชัชนะ
ขณะที่กำลังคิดไปเรื่อยๆ อยู่ๆ ขนฉันก็ลุกชันขึ้น เพราะรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจับจ้อง ฉันหันไปมองบอดี้การ์ดทั้งสาม แต่พวกเขาก็ไม่ได้มองมาที่ฉัน แล้วสายตาที่มองฉันอยู่นี่เป็นใคร...
ไอ้เสี่ยชัช!!! คนเดียวที่นึกได้ ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้น เหตุการณ์วันนั้นฉายเข้ามาในหัว มือฉันเริ่มสั่นเทา ทำไมมันถึงยังไม่ปล่อยฉันไปอีกนะ
"เรากลับกันเถอะค่ะ" ฉันบอกพี่บอดี้การ์ดที่ยืนคุ้มกัน พลางลุกขึ้นยืน สายตาก็มองไปรอบๆ หาสายตาน่ากลัวนั่น
"เชิญครับ" พี่บอดี้การ์ดผายมือให้ฉันเดินกลับไปที่รถ
ฉันรีบเดินจ้ำไปที่รถอย่างรวดเร็ว ขณะเดินก็ยังรับรู้ถึงสายตาน่ากลัวที่จับจ้องตลอดเวลา ให้ตายเถอะ ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนานักนะ
ฉันรู้สึกระแวงตลอดเวลา แค่หนึ่งนาทีก็รู้สึกนานเป็นสิบๆ นาที แต่พอรถแล่นเข้าไปในรั้วบ้านหลังใหญ่ ความกลัว ความระแวงก็หายไปดื้อๆ มีเพียงความโล่งอก ความปลอดภัย เพราะบอดี้การ์ดนับสิบที่เดินทั่วบริเวณบ้านหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกปลอดภัยมากๆ ไม่อยากก้าวขาออกจากรั้วบ้านหลังนี้อีก
พอรถหยุดจอดที่หน้าบ้าน ฉันก็รีบขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเอง นั่งคิดนอนคิด กับคำถามในหัวมากมาย เพราะตอนนี้ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย แม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ ไม่รู้ว่าฉันนั่งคิดนอนคิดอยู่ในห้องนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกที ก็มีเสียงเคาะประตูห้อง
ก๊อกๆ
"น้าเองค่ะ" เสียงน้าก้อย
"เชิญค่ะน้าก้อย" ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งจากโซฟา เอ่ยอนุญาต
"ถึงเวลามื้อเย็นแล้วค่ะ จะให้น้าเอาขึ้นมาให้ หรือลงไปที่ห้องอาหารดีคะ" น้าก้อยเปิดประตูเข้ามาถาม
"หอมลงไปเองค่ะ" ฉันยิ้มให้เล็กน้อย แล้วยืนขึ้นเต็มความสูง เดินลงไปห้องอาหารพร้อมน้าก้อย แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างโตนั่งอยู่หัวโต๊ะ
"..."
"วันนี้คุณผู้ชายกลับบ้านค่ะ" น้าก้อยกระซิบบอก
แล้วมาบอกอะไรตอนนี้ รู้งี้กินบนห้องก็ดี... ฉันคิดในใจ แต่ขาก็ก้าวเดินไปนั่งฝั่งขวามือของเขา
"..." ไม่มีคำพูดใดๆ เขานั่งกินข้าวเงียบๆ
ทุกอย่างเงียบหมด ถ้าจังหวะนี้ใครแอบผายลมก็คงได้ยิน
ฉันเริ่มลงมือทานข้าว พลางลอบมองเขาไปด้วย สมองก็คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าตอนนี้ ฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร และจะต้องออกไปจากที่นี่เมื่อไหร่ หรือจนกว่าแผลบนร่างกายจะหายดี แล้วถ้าออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว ฉันจะเป็นยังไง ไอ้เสี่ยชัชนั่นจะยังตามจับตัวฉันอยู่อีกไหม ฉันจะยังมีชีวิตอยู่รอดตามคำสั่งเสียของแม่ไหม
พรึ่บ!
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่ ร่างโตที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ฉันได้เพียงแต่มองตามหลัง
"คนโปรดแน่นะ"
"คุณโปรดที่คุณเฟอร์กัลไม่พูดด้วยสักคำนี่นะ"
"งอนกันอยู่หรือเปล่า"
"ตกลงหล่อนอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรเนี่ย"
เสียงซุบซิบนินทาของเหล่าแม่บ้าน ไม่รู้ว่าตั้งใจพูดให้ฉันได้ยินหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ฉันได้ยินเต็มสองรูหู แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะที่พวกเธอพูดก็ถูกนี่ ฉันคนโปรดของเขาเหรอ ถึงให้ฉันมาอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องทำอะไร แต่ทำไมถึงทำเหมือนไม่อยากเจอหน้าฉันล่ะ แล้วตกลงฉันอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร
ทานข้าวเสร็จ ฉันก็เดินขึ้นห้อง จัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง พลางคิดไม่ตกกับหลายเรื่อง ถ้าเกิดเขาแค่ใจดีให้อยู่พักฟื้นร่างกาย เมื่อถึงวันที่ต้องออกไปจากที่นี่ ไอ้เสี่ยชัชจะเลิกตามฉันหรือยัง ถ้ายัง ฉันจะทำยังไง จากความรู้สึกเมื่อตอนกลางวัน ที่โดนจับจ้องจากคนในที่ลับ ทำเอาฉันขนลุกไม่หาย
ฉันควรทำยังไงดี ไปขอความช่วยเหลือจากเขาตรงๆ เลยดีไหมนะ ขอทำงานที่นี่ไปเลยเป็นไง ฉันคิดพลางเดินกัดเล็บไปเรื่อย รู้ตัวอีกที ฉันก็หยุดยืนอยู่หน้าห้องเขาแล้ว
ฉันมาทำอะไรที่นี่!! ฉันเบิกตากว้างตกใจ แต่ยังไม่ได้ทำอะไร ประตูตรงหน้าก็ถูกเปิดออก
"มาหานายเหรอ" ร่างสูงที่เปิดประตูถามฉัน
"ปะ..."
"เตยหอมมาพบครับนาย" ฉันยังไม่ทันตอบ พี่คีแรนก็หันกลับเข้าไปรายงานนายตัวเอง แล้วหลบทางให้ฉัน "เข้าไปสิ"
ให้ตายเถอะ คิดจะฟังฉันบ้างไหมเนี่ย
"แหะๆ" ฉันยิ้มเจื่อน เดินเข้าไปทั้งที่ยังไม่พร้อม พอเดินพ้นประตู พี่คีแรนก็ปิดประตูให้ บริการดียิ่งกว่า VVIP
ฉันมองร่างสูงสมส่วน มือหนึ่งถือแก้ว อีกมือล้วงกระเป๋า ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แค่แผ่นหลังกว้างก็ทำเอาใจเต้นแรง เฮ้ย ไม่ใช่ๆ เอ้ย ใช่แล้วๆ แต่เพราะตื่นเต้นต่างหาก
"..." เงียบ ไม่มีบทสนทนาใดๆ เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่แม้จะหันมามองฉัน ท่าทางเย็นชาของเขา มันทำให้ฉันกลัว กลัวว่าจะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้เร็วๆ
"เอ่อ..." ฉันอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไรก่อนดี
"มีอะไรก็รีบพูด" เสียงเข้มดังขึ้น พร้อมกับร่างโตหันหลังกลับ เดินไปนั่งโซฟา ขาไขว่ห้าง มองมาที่ฉัน
"หอมอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหนคะ" ฉันรวบรวมความกล้า โพล่งออกไป
"...อยากอยู่ที่นี่?" เขาวางแก้วในมือลงบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองฉัน รอยยิ้มมุมปากนั่นอะไร
"อือ เป็นแม่บ้าน คนสวนก็ได้" ฉันพยักหน้ารัว ยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว เพื่อมีชีวิตรอด
"เต็ม" เขาตอบน้ำเสียงเย็นชาสุดๆ
"..." ฉันเม้มปากแน่น คิดหาสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้
"หอมทำอาหารเก่งนะ"
"มีเชฟ"
"...ล้างรถ"
"คนรถดูแล"
ฉันเม้มปากแน่น หมดหนทาง สิ่งที่ทำได้ก็เต็มหมดแล้ว จะสมัครเป็นบอดี้การ์ดก็คงไม่ได้ เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย งั้นก็...
"ขออยู่ด้วย จะไม่ดื้อไม่ซน ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ไม่เอาเงินเดือน ถ้าเสี่ยชัชเลิกตามแล้ว จะไปเอง" ฉันขยับเข้าไปใกล้ ขออยู่หน้าด้านๆ มันซะเลย ขอแค่มีข้าวให้กินก็พอแล้ว รอเวลาให้ไอ้เสี่ยชัชเลิกตาม แล้วฉันจะไปเอง
"อยู่ฟรี?" เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง
"ให้ทำอะไรก็ได้"
"งั้นทำให้ฉันพอใจ"