💗ใครจะคิดว่า ‘เมลบี’ สาวฉลาดระดับสอบติดแพทย์ จะมาแพ้ให้กับหนุ่มเนิร์ดสุดฮอตอย่าง ‘สกาย’เขาเงียบ เนี้ยบ และดูไม่แตะผู้หญิง…แต่ในสายตาเธอ เขากลับมีบางอย่างที่กระตุ้นทุกสัญชาตญาณอยากรู้อยากลองจากความอยากเล่น กลายเป็นเกมที่ร้อนแรงกว่าที่คิดและครั้งนี้…เธออาจได้เจอบทเรียนใหม่ที่ตำราแพทย์เล่มไหนก็ไม่ได้สอน! '
กลางวันเธอคือ ยัยแว่น พนักงานไอทีสุดเฉิ่มที่เขาดุด่าว่าไม่ได้เรื่อง... แต่กลางคืนเธอกลับกลายเป็น Baby M วีเจสาวปริศนาสุดร้อนแรงที่เขาเฝ้าหน้าจอเปย์หมดหน้าตักทุกค่ำคืน! เมื่อความลับแตกหลักฐานคาตา ท่านประธานเลยไม่รอช้า...ขอเคลมสดคาโต๊ะทำงานซะเลย
เพราะแว่นตาที่หนาเตอะทำให้ \'เธอ\' ชอบถูกเรียกว่า \'เฉิ่ม\' บ่อย ๆ แต่ใครจะรู้ว่าเธอนี่แหละคือตัวแม่! เรื่องราวของนักเขียนรุ่นจิ๋วที่ได้มาเจอกับรุ่นพี่สุดห่ามอย่างเขา เพียงเห็นหน้าครั้งแรกเขาก็เรียกเธอว่า ‘เฉิ่ม’ ทันที
หลังจากที่พ่อเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน เธอเลยต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน “ฟาร์ม” เด็กนิเทศศาสตร์ ปี 4 จากลูกสาวเจ้าของไร่กาแฟ สู่ผู้หญิงที่กำลังจะ “ขายเวลาและรอยยิ้ม” เพื่อแลกกับเงิน เพียงเพราะต้องการหาค่าผ่าตัดให้กับแม่ที่ล้มป่วย “ทำไมถึงมาสมัครงานที่นี่” เจ้าของคลับสุดหล่อ ผู้เย็นชาและปากร้ายเอ่ยถามออกไป “ต้องใช้เงินค่ะ” ติณณ์เงยหน้าขึ้นทันที สายตาคมจับจ้องเธอ ราวกับจะมองให้ทะลุทุกคำโกหก “เด็กในร้านทุกคนก็ต้องใช้เงิน เธอต่างยังไง” คำถามนั้นแทงใจจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยออกไป “ของคนอื่นอาจเป็นความอยาก แต่ของฉัน เป็นความจำเป็นค่ะ” ความนิ่งในแววตาคู่นั้นทำให้ติณณ์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที เธอนิ่งเกินกว่าที่เขาจะอ่านออก และความรู้สึกนี้มันทำให้เขาหงุดหงิด เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่เด็กสาวโลกสวยอย่างที่รูปลักษณ์บอกเลยแม้แต่น้อย “จำเป็นแค่ไหน ถึงต้องมาทำงานแบบนี้” “ถ้าฉันไม่ตอบคำถามนี้ คุณยังจะรับฉันเข้าทำงานอยู่หรือเปล่าคะ” คนตัวสูงถึงกับกระแอมออกมา แต่ก็ยังนิ่งเก็บอาการ เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าย้อนถามเขา ตรง ๆ แบบนี้ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ถามต่อ แต่ในใจแทบอยากจะลากเด็กคนนี้เข้าไปลงโทษในห้องให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ปากดีขนาดนี้ อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะดีเหมือนปากหรือเปล่า มาดูกันว่า เฮียติณณ์จะแพ้ทางเด็กดื้อคนนี้หรือเปล่า
“เธอมาช้านะ ให้คู่กรณีรอแบบนี้มันไม่ดีนะรู้ไหม?” “………” ฉันเงียบเพราะสถานการณ์ตอนนี้มันค่อนข้างอึดอัด ตรงนี้ไม่มีใครเลยนอกจากฉันและเขา “ไม่คิดจะพูดอะไร?” “นะ นายต้องการให้ฉันทำอะไรบอกมาได้เลยนะ ฉันจะทำให้ทุกอย่างเลย” “ทุกอย่าง? แบบไหนที่แปลว่าทุกอย่างล่ะ” เขาหยุดพูดก่อนจะใช้สายตามองสำรวจเรือนร่างของฉันด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ก่อนจะพูดต่อ “ทำเรื่องที่ผู้ชายผู้หญิงเขาทำกันเวลาอยู่บนเตียง ทำให้ได้หรือเปล่า?” “….มะ…หมายความว่ายังไง” “ฉันพูดชัดเจนมากเลยนะ ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจ” ฉันกำมือแน่น ถึงฉันจะอ่อนแอไปบ้างแต่ก็พอจะเข้าใจความหมายนั้น แค่อยากถามให้แน่ใจ “ฉันไม่ชอบบังคับใคร” “……..” “ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย เธอ!” เขาชี้หน้าฉันก่อนจะหยุดพูดแล้วเอานิ้วมาม้วนเส้นผมของฉันช้าๆ “ต้องมาเป็นเบ๊ให้ฉันจนกว่า….ฉันจะพอใจ”
คืนที่คิรินทร์ถูกวางยา เขาเผลอมีสัมพันธ์กับหญิงลึกลับโดยไม่รู้ตัว เธอหนีไปพร้อมความลับในท้อง หลายปีต่อมาเขาพบเธออีกครั้ง พร้อมเด็กสามคนที่หน้าเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยน (จิ้มทีเดียวได้มาถึงสาม)
"พี่ธามมีคนอื่นใช่ไหมคะ" ชญานินเปิดคำถามทั้งน้ำตา เธอนั่งคิดทบทวนอยู่ทั้งวันยังหาเหตุผลมาหักล้างให้สามีว่าเขายังซื่อสัตย์กับเธอไม่ได้สักข้อเลย "พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า" "รู้สิคะ" แล้วเธอก็หยิบเสื้อเชิ้ตตัวสีขาวยื่นให้เขา "รอยลิปสติกนี่ของใครเหรอคะ ของผู้หญิงคนไหนกัน" ชญานินลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างเตียงแล้วโน้มตัวลงกอดเสื้อผ้าของชายหนุ่มมาวางไว้บนเตียง "กลิ่นน้ำหอมที่ติดเสื้อของพี่ทุกตัวเป็นกลิ่นเดียวกัน มิส ดิออร์ที่พี่ชอบแต่นุ่นไม่ชอบ" เมื่อเห็นว่าธาวินยืนเฉย ชญานินก็เลยหยิบเสื้อขึ้นมาตัวหนึ่งแล้วโยนใส่หน้าเขา แต่คนเป็นสามีปัดออกได้ทันเขามองไปที่เสื้อตัวนั้นสลับกับจ้องหน้าคนเป็นภรรยา ตอนนี้ความคิดของธาวินตีกันให้ยุ่งไปหมดระหว่างบอกความจริงกับเธอไปว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้วกับปิดบังต่อไปเพื่อรักษาความรู้สึกของหญิงสาว ให้ครอบครัวยังคงเป็นครอบครัว "ตอบนุ่นมาสิคะว่าพี่ธามมีคนอื่นใช่ไหม" "ไปกันใหญ่แล้วนะนุ่น" เขาเลือกอย่างหลังเพราะลึกๆ ก็ยังรักและสงสารหญิงสาวตรงหน้าอยู่ "หลักฐานแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอคะ" เธอถามเขาพลางดึงรั้งไม่ให้สามีเดินหนีไปไหน "ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันคะ ที่ทำให้พี่ธามเลือกที่จะทำเลวกับนุ่น"
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของเขา ทำให้เขาคิดว่า..ถ้าเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเลื่อนขั้นมาเป็นแฟนมันจะดีไม่น้อย “ไอ้บ้าเฟิล หอมแก้มฉันทำไมเนี่ย” “หอมแก้มเมีย เมียน่ารักดูแลผัวดีจริงๆ” ไรเฟิลยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เจ้ากล “พูดผัวๆ เมียๆ อะไรของนายเนี่ย อย่ามาพูดแกล้งฉันแบบนี้นะ” “ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันพูดความจริง” ‘อมแล้วก็เรียกว่าผัวเมียปะ’
'กูไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของกู' ของกูก็คือของกูอย่างมายุ่ง อย่างมอง อย่ามาแตะ ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน
เมื่ออิสรภาพคือสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อชีวิตคู่กลายเป็นโซ่ที่แสนหนักอึ้ง เธอจะปล่อยเขาไปตามที่เขาต้องการ "พี่ไม่รักอ้อมแล้ว หย่าให้พี่เถอะ" เหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ เมื่อสามีที่แต่งงานกันอย่างถูกต้อง แต่งงานกันด้วยความรักของเธอและเขา พูดออกมาในวันครบรอบวันแต่งงานครบสามปี อวิกานิ่งงัน เธออยู่ในภาวะช็อกไปชั่วคราว กว่าจะหาเสียงของตนเองเจอ "พี่คิมว่าไงนะคะ" คิมหันต์มองภรรยาอย่างลุแก่โทษ เขาอาจจะผิดที่ขอหย่าโดยที่เธอไม่ผิด แต่อาจจะผิดมากกว่าถ้าเขารั้งเธอไว้เรื่อยๆ เพราะชายหนุ่มแน่ใจว่าตนเองไม่ได้รักเธอแบบในอดีตอีกแล้ว "พี่ขอหย่า พี่ไม่ได้รักอ้อมแบบแฟนอีกแล้ว พี่เจอคนที่พี่อยากสร้างครอบครัวด้วยแล้วจริงๆ อ้อมจะให้พี่ชดเชยแบบไหนก็ว่ามาเลย พี่ให้ได้ทุกอย่าง พี่ขอแค่ทะเบียนหย่าเท่านั้น" ################